พ่อค้าอาหารตามสั่ง หวั่นถูกหลอกขายเนื้อวัวปลอม แจ้งให้ตรวจสอบ

พ่อค้าอาหารตามสั่ง หวั่นถูกหลอกขายเนื้อวัวปลอม แจ้งให้ตรวจสอบ

        พ่อค้าร้านอาหาารตามสั่งข้องใจ เนื้อวัวที่ซื้อไป กก.ละ 200 บาท เป็นเนื้อวัวปลอม เเจ้งเจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบ ด้านแม่ค้าแผงเนื้อยืนยันเป็นเนื้อวัวจริงๆ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (17 ต.ค.) ดาบตำรวจเรวัติ มีเจริญ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เสม็ด ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีคนแจ้งว่ามีแม่ค้านำเนื้อวัวปลอมมาขายที่บริเวณตลาดนัด ภายในซอยโรงเรียนบูรพาวิทยา ชลบุรี หมู่ 2 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

กระทั่งได้พบกับ นายวิศรุต อายุ 32 ปี พ่อค้าขายอาหารตามสั่งที่ตลาดใหม่ อ.เมืองชลบุรี แจ้งว่าได้ซื้อเนื้อวัวจากแม่ค้าที่ตลาดนัดร้านดังกล่าวไป 2 ครั้ง ครั้งแรกช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซื้อเนื้อวัวไป 2 กก. ราคา กก.ละ 200 บาท แต่เมื่อนำไปล้างปรากฏว่าเนื้อวัวซีด และไม่มีกลิ่นเนื้อวัวเลย

ต่อมาล่าสุดได้กลับมาซื้ออีกพบว่าผิดปกติอีกเหมือนกับเนื้อหมู จึงเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะตลาดนัดเป็นที่ซื้อสินค้าของคนจน มาหลอกขายอย่างนี้ทำใจไม่ได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำเนื้อวัวทั้งหมดไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ทางด้าน น.ส.กนกพร แม่ค้าแผงขายเนื้อ กล่าวว่า เนื้อวัวทั้งหมดได้ซื้อมาจากเขียงเนื้อวัวในตลาดกาญจนบุรี และนำมาขายที่ตลาดนัด โดยซื้อมาในราคา กก.ละ 130 บาท และนำมาขายใน กก.ละ 200 บาท เมื่อซื้อมาจากเขียงเนื้อวัวก็นำมาเทขายเลย ไม่ได้ผสมสีหรือปลอมปนใดๆ เมื่อมีการแจ้งตำรวจมาตรวจสอบก็พร้อมที่จะให้นำเนื้อวัวที่อ้างว่าเป็นเนื้อหมูผสมสีไปตรวจสอบ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงขอยืนยันว่าซื้อมาเขียงเนื้อวัวจริงๆ

หลังจากนั้นตำรวจได้นำเนื้อตัวอย่างไปมอบให้กับ พ.ต.ท.วุฒินันท์ นามแสง สารวัตรเวร สภ.เสม็ด เพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อนำเนื้อไปตรวจสอบ โดย นายวิศรุต ยังยืนยันว่าไม่มีกลิ่นเนื้อวัวเลย เคยมีข่าวว่าเนื้อวัวปลอมระบาด แต่เมื่อมาเจอของจริงแล้วทำใจไม่ได้ และไม่คิดว่าจะมาเจอที่ประเทศไทย จึงได้มาแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ซึ่งทางตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบเนื้อวัวที่เอามาเป็นตัวอย่างอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นเนื้อหมูใส่สีปลอมมาขายหรือไม่ต่อไป

ที่มา :  sanook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

 

เพราะใคร.? ภัยคนกรุง ปัญหาน้ำท่วม กทม.

      “น้ำเข้ามาในบ้านถึงหัวเข่าจากแต่ก่อน 20-30 ปีที่แล้วอยู่ไม่เคยท่วมเลย เขตดินแดงนี่เป็นทะเลเพลิงเลย รถยนต์ถูกน้ำท่วมกว่าครึ่งคัน ขนาดมอเตอร์ไซค์ยังไปลำบาก ตั้งแต่เกิดมาครั้งนี้หนักสุดเลยของใช้ไฟฟ้าเสียหายหมด ซึ่งคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการระบายน้ำไม่ทัน จึงอยากจะฝากเตือนผู้มีอำนาจเตรียมการรับมือน้ำท่วมขังให้มีความพร้อมมากกว่านี้” นี่คือเสียงสะท้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ปริมาณน้ำฝนได้โหมกระหน่ำลงมามากที่สุดในรอบ 30 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่ตกเกิน 200 มิลลิเมตร คือปี พ.ศ. 2529 มีปริมาณน้ำฝนประมาณ 270 มิลลิเมตร

แต่จากนั้นเป็นต้นมาปริมาณน้ำฝนก็ไม่เคยตกเกิน 200 มิลลิเมตรเลย จนเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 13 ตุลาคม มีปริมาณน้ำฝนตกเกิน 200 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสูงหลายจุดในเขตกรุงเทพมหานครกว่า 50 จุด อันเป็นผลพวงมาจากการระบายน้ำเป็นไปได้ล่าช้าทำให้เกิดน้ำท่วมขังสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามจากประชาชนคนกรุงว่าระบบการจัดการเรื่องการระบายน้ำกรุงเทพมหานครนั้นไม่มีความพร้อมจริงหรือไม่..?

 

ซึ่ง นายจักรพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า กทม.มีการวางแผนพร้อมรับมือกับน้ำท่วมขังหากฝนตกหนักตลอดเวลา แต่เมื่อคืนนี้มีฝนตกลงมา 203 มิลลิเมตร ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ในกรุงเทพฯ ที่ฝนตกมากที่สุดในรอบปี

ทำให้การระบายน้ำเกิดปัญหาติดขัดต้องใช้เวลาอย่างมาก โดยปริมาณน้ำฝนที่ กทม.จะรับมือไหว และระบายได้ทัน ตามแผนที่วางไว้คือ 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อคืนนี้ถือว่าฝนตกลงมาเกินถึง 3 เท่า อาจจะทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าเดิม

ส่วนเรื่องการเตือนภัยหรือแจ้งให้ประชาชนเฝ้าระวังทาง กทม. ยอมรับว่า ไม่คาดคิดมาก่อนว่าฝนจะตกมาเยอะขนาดนี้

สอดคล้องกับระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากปริมาณน้ำฝนของกรุงเทพมหานครที่ได้ก่อสร้างระบบระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยโดยเร็ว ซึ่งขีดความสามารถของระบบระบายน้ำสามารถรองรับปริมาณฝนได้ไม่เกิน 60 มม./ชม.

ประกอบไปด้วยประตูระบายน้ำ 227 แห่ง, ท่อระบายน้ำ 6,400 กม., แก้มลิง 25 แห่ง ,สถานีสูบน้ำ 174 แห่ง, อุโมงค์ระบายน้ำ 7 แห่ง, คู คลอง 1,682 สาย

ฉะนั้นแล้วการที่ปริมาณน้ำฝนที่มีมากที่สุดในรอบ 30 ปี อาจอยู่เหนือความคาดหมายและขีดจำกัดในการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ แต่นั่นอาจจะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครซะทีเดียว หรือ จะโทษการจัดการของเจ้าหน้าที่อย่างเดียวก็คงไม่ได้

ทั้งนี้ลองหันกลับมามองปัญหาหรือจุดเล็กๆที่อาจเป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานครอันเกิดมาจากกการระบายน้ำไม่ทันของระบบท่อระบายน้ำ นั่นคือปัญหาขยะมูลฝอย ซึ่งได้รับรายงานจากทางเจ้าหน้าที่หน่วยดูแลเครื่องสูบน้ำว่าเจอปัญหาเศษขยะชิ้นเล็กๆ ที่ถูกทิ้งลงในท่อและในคลองเข้าไปอุดตันในท่อสูบน้ำจนไม่สามารถระบายน้ำต่อไปได้

ทีนี้ลองมาดูกันว่ากรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะจำนวนมากเท่าใด..?

จากสถิติของสำนักสิ่งแวดล้อมพบว่าปริมาณขยะมูลฝอยที่เก็บได้ในแต่ละวันในกรุงเทพมหานครระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 59 – 31 กรกฎาคม 60 พบว่ามีปริมาณขยะสูงถึงวันล่ะกว่า 10,000 ตันเลยทีเดียว หากเทียบกับประชากรในเขตกรุงเทพมหานครที่มีมากกว่า 5.7 ล้าน จะเท่ากับว่าใน  1 วัน จะมีคนทิ้งขยะประมาณ 1.7 กิโลกรัมต่อคนเลยทีเดียว

 

 

และถ้าหากว่าประชากรหนึ่งในจำนวนนี้ทิ้งขยะมูลฝอยลงในแม่น้ำลำคลองหรือในท่อระบายน้ำด้วยความมักง่าย ขยะเหล่านี้ก็จะเป็นปัญหาเล็กๆที่สร้างความเสียหายมหาศาลให้กับการระบายของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังอันเนื่องมาจากฝนตกหนักเพราะท่อระรายน้ำไม่สามารถจะทำงานได้เต็มที่ หรือ อาจจะอุดตันจนไม่สามารถใช้งานได้

ซึ่งภาพที่ปรากฏบนโลกออนไลน์เมื่อเกิดน้ำท่วมขังเศษขยะก็ลอยเกลื่อนตามท่อระบายน้ำ ฉะนั้นแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นพอจะตอบคำถามได้หรือไม่ว่าปัญหาน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นเพราะใครกันแน่…!!!

 

ที่มา :  kapook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

นายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจ “ตูน บอดี้สแลม” วิ่งการกุศล

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ก้าวคนละก้าว  นายกตู่

 

        นายกฯ ให้กำลังใจตูน บอดี้สแลม วิ่งการกุศลระดมทุนให้สำเร็จและปลอดภัย พร้อมย้ำรัฐบาลต้องบริหารงบประมาณที่มีจำกัดให้ครอบคลุมการพัฒนาทุกมิติ วอนประชาชนเข้าใจและร่วมทำความดีเพื่อบ้านเมือง เมื่อวันที่ (15 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากให้กำลังใจนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ที่ตั้งใจวิ่งการกุศลเพื่อหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาล ตามโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.60 โดยขอให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความสำเร็จและปลอดภัย รวมทั้งขอบคุณที่ได้ทำหน้าที่ของคนไทยคนหนึ่งในการช่วยเหลือประเทศชาติและเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

“นายกฯ ย้ำว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และไม่ทำให้ใครเสียหาย โดยการทำความดีไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาบังคับ และหากมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ก็จะต้องไม่หวั่นไหวต่อการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น พร้อมทั้งเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยินดีให้การสนับสนุน และขอเชิญชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ดีเพื่อชาติบ้านเมืองเช่นเดียวกัน”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า รัฐบาลนำงบประมาณไปใช้ในทางที่ไม่จำเป็นหรือการบริหารภาษีของรัฐล้มเหลวจนทำให้ตูน บอดี้สแลม ต้องออกมาวิ่งระดมทุนว่า ถือเป็นความเห็นของแต่ละบุคคล พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองให้ก้าวหน้าไปในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกระดับ จึงไม่สามารถทุ่มเทงบประมาณไปในสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ จึงอยากประชาชนเข้าใจในเรื่องนี้

“ส่วนการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพนั้น เป็นการใช้งบประมาณประจำปีที่ได้ตั้งเอาไว้ล่วงหน้า เช่นเดียวกับการพัฒนาด้านอื่น ๆ ทั้งการศึกษา การคมนาคมขนส่ง หรือแม้แต่การสาธารณสุข ซึ่งจะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยและสร้างให้เกิดความเป็นธรรม โดยเฉพาะการดูแลและพัฒนาโรงพยาบาลทั่วประเทศนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น อัตราประชากร ผู้ป่วย จำนวนแพทย์ พยาบาล ขนาดโรงพยาบาล สถานที่ตั้ง ฯลฯ โดยรัฐบาลต้องดูแลในภาพรวมและเฉลี่ยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด”

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ก้าวคนละก้าว

 

ที่มา :  kapook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

คุณหมอเล่าเรื่องพ่อแม่รังแกฉันกับการคุมกำเนิด พร้อมอุทาหรณ์จากเด็กหญิง วัย 14

     บทความจากคุณหมอ พ่อแม่รังแกฉัน กับการคุมกำเนิดวัยรุ่น ส่งผลให้ลูกสาววัย 14 ปี ติดเชื้อ HIV แถมเสี่ยงถึงเจ้าตัวเล็ก เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าจากโรงหมอ ได้มีการโพสต์เรื่องราวที่เขียนโดย นพ.แมนวัฒน์ โชคสุวัฒนสกุล สูตินรีแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องราวของน้องเมย์ สาวน้อยวัย 14 ปี กับการติดเชื้อ HIV มีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้

พ่อแม่รังแกฉัน การคุมกำเนิดกับวัยรุ่น

“วัยรุ่น…ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ ต้องคุมกำเนิด และป้องกันโรค…

ตอนนี้มีฝังยา หรือช่วยเรื่องคุมกำเนิดอื่นฟรี ที่ รพ.รัฐทุกแห่ง ไปได้เลย

ถ้าไม่แน่ใจ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง โทร 1663 สายด่วนเอดส์ และท้องไม่พร้อม
พ่อแม่…เราดูแลลูกไม่ได้ตลอดเวลา

ต้องสอนทักษะการดำรงชีวิต…การมีแฟน

การป้องกันท้องก่อนพร้อมและโรค คือหนึ่งเรื่องที่สำคัญ อย่าทำเป็นไม่รับรู้ ทั้งที่รู้ว่าลูกเสี่ยง

ไม่ใช่การสนับสนุน แต่เราต้องช่วยลูกนะครับ”

สี่ห้าเดือนก่อน น้องเมย์ สาวน้อยร่างผอมวัย 14…

ถูกส่งมาปรึกษาด้วยอาการปวดท้องน้อยมาก มีตกขาวผิดปกติ…

ประวัติคือมีแฟนแล้ว ไม่ได้ป้องกันใดๆ เคยมีอาการคล้ายกันนี้ไปนอนรพ.
ที่รพ.ที่จังหวัดอื่นมาแล้วครั้งหนึ่ง…หมอให้กลับบ้าน พร้อมกับบอกว่าผลเลือดผิดปกติ

ตรวจร่างกายกดเจ็บที่ท้องน้อย ตรวจภายในมีตกขาวเหลืองข้น กลิ่นเหม็น
กดเจ็บปีกมดลูกทั้งสองข้าง…มีไข้…

การวินิจฉัยตรงไปตรงมาคือ ติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ปีกมดลูกอักเสบ
โดยความพิเศษอยู่ที่คนไข้เป็นวัยรุ่นอายุนิดเดียว และผลเลือด HIV positive
ด้วยความพิเศษนี้ ทำให้ต้องแอดมิทให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดในโรงพยาบาล

ไม่ให้กลับบ้าน

…แผนการรักษาถูกวางไว้ชัดเจน…รักษาการติดเชื้อ…

ป้องกันการตั้งครรภ์…รักษาโรค HIV…และดูแลไม่ให้เสี่ยง หรือแพร่กระจายเชื้ออีก

สาวน้อยและแม่ปฏิเสธการผ่าตัดทำหมัน ที่หมอพยายามเสนออยู่หลายรอบ…
ไม่ยอมฝังยาทั้งที่พยายามอธิบายจนเหนื่อย…

ท้ายสุด…ทนรบเร้าจากหมอที่แนะนำทุกวันไม่ไหว…น้องเมย์เลือก…จะฉีดยาคุม

เมื่ออาการดีขึ้น ก่อนกลับบ้าน คุยกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ…ย้ำหนักหนา
อีกสัปดาห์หมอขอนัดมา ประจำเดือนคงมาแล้ว

จะได้ฉีดยาคุมเข็มแรก

หมอขอคุยพร้อมแม่…เราจะเริ่มยาคุม ส่งเจาะเลือด และเริ่มยาต้านไวรัส
หลังจากนี้หากจะมีเพศสัมพันธ์ จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง

ผ่านไปจนลืม…

คนเป็นหมอลืมไปแล้วว่าเคยมีคนไข้รายนี้…และคนไข้หายไป

5 เดือนกว่าจากการพบกันครั้งก่อน…คราวนี้เราได้พบกันใหม่…

สาวน้อยคนเดิม ถูกส่งมาปรึกษาที่คลินิกฝากครรภ์ความเสี่ยงสูง…
พี่พยาบาลส่งเคสมาในกระดาษว่า…ตั้งครรภ์รายใหม่ ติดเชื้อ HIV…

คุยกับคนไข้ที่ดูไม่ได้ตื่นเต้นอะไร…

ครั้งก่อน จะมาตามนัด ให้แม่มาด้วย…

แม่ว่า…ถ้าติดเชื้อจริง รพ.ทางใต้ต้องให้ยามาแล้ว

หมอจะนัดคุย คุมกำเนิดระยะยาว…

แม่ว่า…ไปซื้อยาคุมกินเถอะ…ไม่ต้องฉีดหรอก

หมอจะจัดการเรื่องรักษาต่อให้

แม่ว่า…ก็บอกแล้วว่ากูไม่ว่าง…จะมาเซ้าซี้ทำไม ให้มึงไปซื้อยากินเอง…

หมอเคยบอกให้ใส่ถุงยาง

แฟนบอก…เรารักกัน เป็นอะไรก็เป็นด้วยกัน ไม่รังเกียจ ถึงตัวแฟนผลเลือดยังเป็นลบ

ไม่เป็นไรหรอก อยากติดเป็นเพื่อน

หมอบอก…อย่ามีลูกนะ เอาลูกมาเสี่ยงติดเชื้ออีกคน และเราป่วย ใครจะเลี้ยง
ก็มันขี้เกียจกินยา…ถ้าท้องก็เอาเถอะ ใจนึงก็อยากมีอยู่เหมือนกัน

ภาพอัลตร้าซาวด์บนจอ…เจ้าตัวเล็กในท้อง ขยับไปมา แสดงถึงการมีชีวิต…
ปกติควรจะดีใจ…แต่ไม่รู้ทำไม…วันนี้รู้สึกเศร้าใจจริง ๆ

คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกับการดูแลคนไข้ และครอบครัวนี้…

เป้าหมายแรกคือเจ้าตัวเล็กต้องไม่ติดเชื้อ…

บางทีแค่หวังดี แนะนำ อาสาจะดูแลรักษาให้ คงไม่พอ…

คงต้องใช้เวลาอาจจะอีกนานแสนนาน เราจึงจะแก้ปัญหาคุณแม่วัยใส และการท้องไม่พึงประสงค์ได้

ท้องไม่พร้อม…HIV รายใหม่ คงยังเป็นปัญหาใหญ่คุกคามวัยรุ่นไทยไปอีกนาน : (

อ่อ…คุกคามหมอสูติ กับพยาบาลด้วย…ตอนนี้มีเคส HIV ตั้งครรภ์ที่ดูแลเกือบ 20…

เกินครึ่งอายุน้อยกว่า 20 : *

ที่มา : เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าจากโรงหมอ


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

 

บอม ธนิน เผยละครถูกพัก เล็งลุยธุรกิจเปิดร้านอาหาร

บอม ธนิน เผยละครถูกพัก เล็งลุยธุรกิจเปิดร้านอาหาร

       หายหน้าหายตาจากหน้าจอทีวีไปสักพัก สำหรับพระเอกหนุ่ม “บอม ธนิน” ล่าสุดพอมีโอกาสได้เจอเจ้าตัวจึงได้สอบถามว่าแอบไปซุ่มทำอะไรอยู่หรือเปล่า เพราะพักหลังมานี้ไม่ค่อยมีผลงานให้เห็นเท่าไหร่ โดยงานนี้ บอม ธนิน ได้เผยว่า ละครได้เลื่อนการถ่ายทำออกไป ทำให้ตนมีเวลาว่างเพิ่มขึ้น จึงวางแพลนทำธุรกิจเปิดร้านอาหารหุ้นกับเพื่อน แต่ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หากเรียบร้อยเมื่อไหร่จะรีบแจ้งให้ทราบทันที

ช่วงนี้หายหน้าหายตาไป ทำอะไรอยู่บ้าง ?
“ไม่ได้หายครับ แต่พอดีละครได้เลื่อนการถ่ายทำออกไปครับ ก็เลยเล็งจะทำธุรกิจนิดหน่อย เกี่ยวกับร้านอาหารครับ”

ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ?
“ตอนนี้เหลือแค่เรื่องของโลเคชั่น ถ้าได้ปุ๊บก็จะตั้งร้ายได้ หากทุกอย่างลงตัวจะรีบประกาศบอกเลยครับ พอดีเราได้ดูโลเคชั่นที่หนึ่ง แต่ว่าเพิ่งจะยกเลิกไป ส่วนที่ใหม่ยังกระจายอยู่เลยครับ ยังไม่ได้ไปดูใหม่ ถ้าถามใจผมนะ ผมอยาก stand alone แต่พอดีที่ไปดูมามันเจอปัญหานิดหน่อยเลยต้องเปลี่ยน เดี๋ยวขอปรึกษากับทีมอีกทีหนึ่ง”

ทำไมถึงคิดอยากจะเปิดร้านอาหารขึ้นมา ?
“จริงๆ อยากทำมาตั้งนานแล้วครับร้านอาหาร และพอดีถูกเลื่อนละครออกไปจึงทำให้มีเวลา เลยคุยกับที่บ้านดูว่าจะเปิดร้านสักอย่างได้ไหม ที่บ้านก็โอเคอนุญาต อีกอย่างเราเป็นคนชอบกิน ชอบทำด้วย แต่ว่าอาจจะไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ แต่ก็มีสูตรคนที่เคยทำมา มีกุ๊ก มีเชฟที่เคยทำร้านอาหารมาก่อนครับ”

เป็นสไตล์ไหนบอกได้ไหม ?
“ขออุ๊บไว้ก่อนได้ไหมครับ”

เป็นการลงทุนทำคนเดียวหรือมีหุ้นส่วนด้วย ?
“มีหุ้นส่วนด้วยครับ ทำคนเดียวยังไม่กล้า กลัวล้มครับ”

ลงทุนไปเยอะไหม ?
“ยังไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่ว่าร้านอยากจะให้สวยงามเหมือนกัน เท่าไหร่ไม่มั่นใจแต่ก็สู้เต็มที่ครับ”

มีปรึกษาคนที่เคยลงมือทำธุรกิจมาก่อนบ้างไหม ?
“ปรึกษาแน่นอนครับ เพราะผมเองก็ไม่เคยมาทำธุรกิจอันนี้ ก็ครั้งแรกครับ”

พักหลังมานี้ร้านอาหารค่อนข้างมีเยอะ เราจะมีจุดเด่นที่แตกต่างจากร้านอื่นตรงไหน ?
“ที่ผมคิดไว้เลยนะครับ รสชาติอาหารดี ร้านอาหารสวยแน่นอน น่าถ่ายรูปครับ”

 

บอม ธนิน

บอม ธนิน

บอม ธนิน

บอม ธนิน

 

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

น้องสาวเผย กุญแจซอล ท้องใกล้คลอด-แม่เครียดจนต้องกินยานอนหลับ

 

    น้องสาวรับ กุญแจซอล ท้องจริง ใกล้คลอดแล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์ เผยสาเหตุที่ออกมาพูดเพราะไม่อยากให้ปกปิด วอนกลับมาหาครอบครัว จากกรณีข่าวดาราสาว กุญแจซอล ป่านทอทอง  ที่ถูกเม้าท์ว่าตั้งท้อง หลังมีภาพดูอวบอิ่มขึ้นจนผิดหูผิดตา ขณะที่เจ้าตัวเคยปฏิเสธข่าวเรื่องท้องก่อนแต่งไปแล้ว ก่อนที่ทางครอบครัวจะทยอยออกมาเผยว่า ดาราสาวหายออกจากบ้านไปนาน 8 เดือนแล้ว ไม่ติดต่อกลับมา และยืนยันว่า กุญแจซอล ตั้งท้องกับแฟนหนุ่ม กัปตันณัฏฐ์ จริง

ล่าสุด (10 ตุลาคม 2560) แจกัน น้องสาวกุญแจซอล ก็ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ ข่าวเย็นช่องวัน ว่า ทางครอบครัวได้ตกลงที่จะจัดงานแต่งงานในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้น กุญแจซอล ได้ออกจากบ้านไปเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ จากนั้นก็จดทะเบียนสมรสในวันที 14 กุมภาพันธ์ แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาหาที่บ้านนานถึง 8 เดือน

ตนเองพยายามไลน์ไปหาทุกวัน พี่กุญแจซอลอ่านแต่ไม่ตอบ เธอรู้จากรุ่นพี่และเพื่อนที่สนิทว่าพี่เขาใกล้จะคลอดลูกแล้ว อีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนสาเหตุที่ทางครอบครัวตัดสินใจออกมาพูดเพราะมีภาพท้องป่องหลุดออกมา แต่พี่เขากลับให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้ท้อง ตนมองว่าถ้าเราปกปิด พี่ก็ต้องลำบาก มาหลบ ๆ ซ่อน ๆ ถ้าเราปกปิดหรือโกหกก็จะทำให้เรื่องแย่ลง

ส่วนทางพ่อกับแม่ก็เครียดมาก ช่วงแรก ๆ พ่อต้องขับรถตามหา ตอนนี้ก็อยากให้จัดพิธีแต่งงานให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้อยากฝากถึงพี่กุญแจซอล อยากให้นึกถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่เราเคยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์มีความรัก แต่เราต้องมีสติ ตอนนี้พี่ท้อง อาจจะไม่กล้าบอกพ่อแม่ แต่มันเป็นอดีตไปแล้ว เราแก้ไขไม่ได้ อยากให้พี่ยอมรับและทบทวนในสิ่งที่เกิดขึ้น อยากให้พี่ทั้งสองคนกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตอนนี้แม่ก็เครียดจนต้องกินยานอนหลับ

 

 

 

ที่มา : kapook, Jaegun Boonthong, Mukdar Boonthong


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

ธนาคารกรุงไทย ประกาศปิด 26 ต.ค. ให้พนักงานร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

 

       ธนาคารกรุงไทย ประกาศหยุดวันที่ 26 ตุลาคม ให้พนักงานร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 9 ตุลาคม 2560 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เดือนตุลาคมนี้เป็นเดือนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับปวงชนชาวไทยที่จะร่วมใจกันแสดงความจงรักภักดีและแสดงความอาลัยถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งผู้บริหารและพนักงานของธนาคารกรุงไทยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 12 ตุลาคม 2560 ทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ 10 รูป อ่านบทกลอนถวายอาลัย ยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 89 วินาที รวมทั้งจัดประดับดอกดาวเรืองในที่ทำการทุกสาขาทั่วประเทศ ปลูกต้นราชพฤกษ์ และสร้างศาลาอเนกประสงค์ ที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร

นายผยง กล่าวต่อว่า ธนาคารได้มอบหนังสือ เรี(ล)ยนแบบพ่อ ให้กับลูกค้าและพนักงาน เพื่อนำแนวทางคำสอนของพระองค์ท่านไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและยั่งยืน นอกจากนี้ธนาคารได้ร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จำนวน 144,999 ดอก ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อแจกให้กับประชาชนที่มาในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่สำคัญธนาคารได้จัดกิจกรรมปลูกฝังแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนทั่วประเทศผ่านโครงการ กรุงไทยต้นกล้าสีขาว ซึ่งธนาคารได้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 11

ทั้งนี้ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีโอกาสร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ธนาคารจึงได้ประกาศหยุดทำการสำนักงานและสาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 พร้อมทั้งจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวันที่ 27 ตุลาคม 2560

ที่มา :  kapook


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

พ.ต.อ.ร้องให้สอบ 2 พระเถระชั้นผู้ใหญ่ของเชียงใหม่ สวมบัตรประชาชนดช.ที่ตายเมื่อ 22 ปีก่อน

 

 

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.อ.บุญเลิศ เมตตารักษ์ อดีตผกก.สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข นำหลักฐานเป็นเอกสาร ภาพถ่าย และพร้อมข้อร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ 2 เจ้าอาวาสวัดดังในจ.เชียงใหม่ โดยวัดหนึ่งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนอีกวัดอยู่ที่อ.แม่อาย และพระทั้ง 2 รูปยังมีสมณะศักดิ์เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ด้วย ระดับเจ้าคณะอำเภอ พ.ต.อ.บุญเลิศกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากพบว่าจากข้อมูลของเอกสารทางราชการเกี่ยวกับทะเบียนราษฏร์ พบว่าเจ้าอาวาสวัดใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ มีการใช้บัตรประชาชนที่มีหมายเลขบัตรประชาชนไปตรงกับบัตรประชาชนของด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ ซึ่งได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งเมื่อปี 2538 ซึ่งทางประวัติเดิมเป็นชาวบ้านหนองดินดำ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ แต่พบว่าพ่อแม่ ซึ่งสมัยนั้นบ้านอยู่ห่างไกล ไม่ได้ไปแจ้งตาย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางฝ่ายทะเบียนราษฎร์ได้รับรองการตายและออกใบมรณะบัตรให้ แล้ว

พ.ต.อ.บุญเลิศกล่าวว่า ทั้งนี้ พบว่าเลขบัตรไปตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าอาวาสรายนี้ ทำให้มีการสืบค้นต่อไปอีกจนพบพิรุธว่ามีการเปลี่ยนชื่อของเจ้าอาวาส และเมื่อปี 2528 มีการใช้ชื่อบัตรประชาชน และเลขบัตรของอีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับปัจจุบัน และเมื่อสืบค้นไปก่อนหน้านี้อีกยังพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ได้ใช้อีกชื่อหนึ่ง ซึ่งมีทั้งบิดา และมารดาเป็นชาวพม่าด้วย

พ.ต.อ.บุญเลิศกล่าวว่า ทำให้เกิดข้อสงสัยในความไม่ชอบมาพากล รวมทั้งเจ้าอาวาสวัดใหญ่อีกแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอแม่อาย ซึ่งมีพื้นที่ติดชายแดนไทยพม่า ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์และสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว และยังเป็นส่วนผลักดันให้ได้สมณศักดิ์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้รวมรวมหลักฐานเข้าร้องกับทางศูนย์ดำรงค์ธรรมเชียงใหม่ และ กอ.รมน.เชียงใหม่ ให้ตรวจสอบและดำเนินคดี กับพระทั้ง 2 รูป

ทั้งนี้ พบว่าว่าหลักฐาน และข้อมูลต่างๆ ที่นำมาร้องเรียนเป็นความจริงจะถือว่าเป็นเป็นการสั่นสะเทือนวงการพระพุทธศาสนาของจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า เจ้าคณะสงฆ์ ในเชียงใหม่มีการแบ่งกลุ่มแบ่งสายกันอย่างชัดเจน และบางครั้งก็เกิดข้อขัดแย้งในการแต่งตั้งหรือดำรงตำแหน่งหลายๆ อย่างตั้งแต่เจ้าอาวาสวัดไปจนถึงเจ้าคณะสงฆ์พระเถระชั้นผู้ใหญ่ด้วย

 

ที่มา : khaosod


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

คนลูกทุ่ง เบรกวิถีซุป’ตาร์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายติดดิน

คนลูกทุ่ง เบรกวิถีซุป’ตาร์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายติดดิน

       เป็นอีกหนึ่งมุมที่น่าชื่นชมของคนในวงการบันเทิง สำหรับภาพของเหล่าศิลปิน นักร้องสายลูกทุ่ง ที่ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ไม่ยึดติดกับวัตถุหรือของแบรนด์เนม แต่เลือกที่จะอยู่กับธรรมชาติและใช้ชีวิตเหมือนกับคนธรรมดาติดดิน เบรกวิถีชีวิตแบบซุปเปอร์สตาร์ที่หลายคนมักจะเห็นตามหน้าจอ ซึ่งวันนี้ทีมงานก็เลยถือโอกาสยกตัวอย่างเหล่าคนดังสายลูกทุ่งที่มีไลฟ์สไตล์ติดดิน เป็นหนุ่มสาวบ้านนาเต็มตัว มาให้แฟนๆ ได้ชมกัน

 

เริ่มกันที่ “เบิ้ล ปทุมราช” หนุ่มหน้ามนต์คนลูกทุ่งขวัญใจลูกเด็กเล็กแดง ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป ถึงแม้ว่าตอนนี้เจ้าตัวจะมีชื่อเสียงและมีผลงานเพลงเป็นที่รู้จัก แต่การวางตัวไม่ว่าจะต่อหน้ากล้องหรือหลังกล้องก็ยังเป็นหนุ่มนิสัยดี อยู่ง่ายกินง่าย ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงเป็นพี่รักของแฟนๆ

ต่อกันที่นักร้องหนุ่ม “ไผ่ พงศธร” ที่เพลงฮิตหูอยู่หลายเพลง ซึ่งนอกจากความสามารถในการร้องเพลงจะเป็นที่ยอมรับแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวเป็นที่รักก็คือ ความเรียบง่าย ความเป็นกันเอง และการใช้ชีวิตติดดิน โดยเฉพาะภาพถ่ายที่ถูกแชร์มากที่สุด อย่างภาพขณะที่หนุ่มไผ่กำลังทานข้าวอยู่กับคุณแม่บนศาลาริมถนนในต่างจังหวัด ก็กลายเป็นภาพที่หลายคนเห็นแล้วรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจไปตามๆ กัน

ขยับมาที่อีกหนึ่งนักร้องหนุ่มผิวเข้ม “ไมค์ ภิรมย์พร” เป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้ชีวิตติดดินไม่ติดหรู ชอบอยู่กับธรรมชาติ ทำสวน ทำนา ทำไร่ แถมยังเป็นคนกินง่าย อยู่ง่าย อาหารแต่ละมื้อก็ง่ายๆ มีแค่น้ำพริก ผักต้มก็พอ ส่วนเรื่องสถานที่กินยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะนั่งกินข้าวบนพื้นดินก็ทำมาแล้ว แถมยังเป็นคุณพ่อที่ต้องยกนิ้วให้ เพราะสามารถใช้เสียงเพลงทำมาหากินจนส่งลูกสาวเรียนจบเมืองนอกได้อีกด้วย

สำหรับหนุ่มคนนี้เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะชื่อของเขาคือ “ก้อง ห้วยไร่” เจ้าของเพลงฮิตอย่าง ‘ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน’ และเพลงประกอบละครนาคี ‘คู่คอง’ ซึ่งประสบความสำเร็จในวงการเพลงอย่างมากมาย แต่ว่าหนุ่มก้องก็ยังใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ยังเป็นหนุ่มคนเดิมที่ออกนอกบ้านด้วยเสื้อผ้าธรรมดาๆ ทานข้าวก็ทานแบบง่ายๆ อีกทั้งยังไม่ลืมหน้าที่ของลูกในการดูแลพ่อแม่อย่างดีที่สุดอีกด้วย

ปิดท้ายกันที่สาวสวยเจ้าของฉายา ‘ราชินีดอกหญ้า’ สำหรับสาว “ต่าย อรทัย” ศิลปินที่ใครหลายคนยกให้เป็นแบบอย่าง ทั้งเรื่องการร้องเพลง และการวางตัว ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตของสาวสวยคนนี้นั้นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ถึงแม้จะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ก็ยังใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและติดดินอยู่เสมอ ซึ่งความเสมอต้นเสมอปลายแบบนี้จึงทำให้เธอสามารถครองใจแฟนๆ มาได้อย่างยาวนาน

ที่มา : sanook


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

บั้งไฟพญานาคโผล่ 12 ลูก อ.รัตนวาปี คนแห่ชมแน่นริมโขงหนองคาย

บั้งไฟพญานาคโผล่ 12 ลูก อ.รัตนวาปี คนแห่ชมแน่นริมโขงหนองคาย

     บั้งไฟพญานาคโผล่แล้ว 12 ลูก ที่ ตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จ.หนองคาย ขณะนักท่องเที่ยวรอชมปรากฏการณ์ตลอดริมฝั่งแม่น้ำโขง หนาตากว่าทุกปี บรรยากาศการชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงที่วัดไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย หลังจากตะวันตกดินแล้วนักท่องเที่ยวก็เข้ามายังพื้นที่จุดชมบั้งไฟพญานาคกันมากขึ้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แต่งกายไว้ทุกข์ สวมเสื้อสีดำ ขาว

ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ทุกคนรับรู้ได้ถึงความเศร้าโศกร่วมกันอีกทั้งฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ทำให้นักท่องเที่ยวรวมทั้งประชาชนทั่วไปย่อท้อต่อการรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในปีนี้ และเมื่อเวลา 18.24 น. บั้งไฟพญานาคลูกแรกก็เกิดขึ้นที่ด้านหลัง วัดโพธิ์เงิน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี จำนวน 5 ลูก และ เวลา 18.25 น.ที่วัดเปงจานเหนือ ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี จำนวน 7 ลูก

โดยบริเวณนั้นมีนักท่องเที่ยวไปรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคอยู่ประมาณพันคนโดยลูกไฟเป็นสีแดงสดใส โผล่ขึ้นเหนือน้ำประมาณ 10-15 เมตร หลังจากนั้นเวลา 18.36 น. ก็เกิดขึ้นอีกที่ที่วัดเปงจานเหนือ ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี 10 ลูก และที่ วัดโพธิ์เงิน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี ขึ้นอีก 3 ลูก ทำให้นักท่องเที่ยวที่รอชมดีใจที่ได้เห็นบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น

 

 

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO