ภูเขาไฟในญี่ปุ่นปะทุพุ่งเถ้าถ่านกว่า 1,700 เมตร ยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง

ภูเขาไฟในญี่ปุ่นปะทุพุ่งเถ้าถ่านกว่า 1,700 เมตร ยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง

         ภูเขาไฟบนเกาะคิวชูของญี่ปุ่น ยังปะทุและพ่นเถ้าถ่านสูง 1,700 เมตร ส่งผลกระทบต่อเมืองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง 4 เมือง วันที่ 13 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มควันและเถ้าถ่านลอยสูงขึ้นเหนือภูเขาไฟชินโมเอะดาเกะ บนเกาะคิวชู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น หลังเกิดการปะทุเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โดยเมื่อวานนี้ (12 ต.ค.) ได้มีการปะทุเอาฝุ่นควันเถ้าถ่านลอยสูงขึ้นสู่อากาศถึง 1,700 เมตร จากปากปล่องภูเขาไฟ และลอยไปตกในเมืองใกล้เคียงถึง 4 เมือง ใน จ.มิยาซากิ ทำให้นักเรียนต้องสวมหมวกนิรภัยระหว่างเดินทางไปโรงเรียน เพื่อความปลอดภัย

ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟระเบิด จากระดับ 2 เป็นระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รวมทั้งเตือนว่าอาจเกิดแรงสั่นสะเทือน หรือแก๊สร้อนไหลทะลักออกจากปากปล่องภูเขาไฟในรัศมี 2 กิโลเมตรรอบบริเวณปากปล่อง จึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเข้าไปยังบริเวณดังกล่าว

ที่มา :  kapook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

เปิดความโหด แก๊งเงินกู้ออนไลน์ เรียกภาพนู้ดสาวเป็นประกัน ไม่จ่ายเจอปล่อยเน็ต

           แฉกระบวนการเงินกู้ออนไลน์ เจาะเป้ากลุ่มนักศึกษาชีวิตติดหรู ปล่อยกู้ง่าย ๆ ให้สาว ๆ ถ่ายภาพนู้ดมาเป็นหลักประกัน ขู่ถ่ายไม่จ่ายหนี้ จะโพสต์ภาพประจาน วันที่ 27 กันยายน 2560 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ มีรายงานอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ กล่าวถึงหนึ่งในปัญหาสังคมใหม่ที่เกิดขึ้นในกลุ่มนักศึกษาชาวจีนขณะนี้ นั่นก็คือการกู้เงินจากบริษัทเงินกู้ออนไลน์ จนทำให้พวกเขามีหนี้สินท่วมหัว จนท้ายที่สุดก็มีอันต้องจบอนาคต บางคนยังถูกกดดันหนักถึงขั้นฆ่าตัวตาย

โดยรายงานฉบับนี้ ได้ยกกรณีตัวอย่างคือ จาง เตอซิง หนุ่มนักศึกษาวัย 21 ปี ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดตึกโรงแรมในปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขาได้เที่ยวกู้เงินจากบริษัทเงินกู้ออนไลน์มาเพื่อจ่ายหนี้พนันบอล จนสร้างหนี้สินจำนวน 590,000 หยวน ซึ่งมากเกินกว่าที่นักศึกษาคนหนึ่งจะชำระได้ ท้ายที่สุดเมื่อเขาทนรับความกดดันไม่ไหว ก็ตัดสินใจหลีกหนีการไล่ล่าจากกลุ่มเจ้าหนี้ด้วยการฆ่าตัวตาย

การตายของ จาง เตอซิง กลายมาเป็นข่าวดังในสังคมจีน และแน่นอนว่าเขาไม่ใช่นักศึกษาคนแรกที่เลือกจะจบชีวิตหนีปัญหา ขณะที่บางคนแม้ไม่จบชีวิตแต่ก็ต้องจบอนาคตทางการศึกษา เช่นเดียวกับหนุ่มนักศึกษาปี 3 อีกรายหนึ่ง ซึ่งยอมรับว่าได้กู้เงินมา 10,000 หยวน ในปี 2559 เพื่อจะถอย iPhone 6s เครื่องใหม่ อย่างไรก็ตามเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสุดโหด ทำให้เขาต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อมาจ่ายหนี้เก่ากับดอกเบี้ย วนเวียนอยู่เช่นนี้ จนท้ายที่สุดปัญหาดังกล่าวก็ทำให้เขาต้องออกจากมหาวิทยาลัย

 



ทั้งนี้บริษัทเงินกู้ออนไลน์ได้กลายเป็นธุรกิจที่แพร่หลายอย่างมากในขณะนี้ โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักศึกษาซึ่งมีพฤติกรรมฟุ้งเฟ้อ เห่อของใหม่ พยายามหาเงินมาเพื่อใช้จ่ายไปกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ โน้ตบุ๊ก รวมถึงข้าวของฟุ่มเฟือย ด้วยการโฆษณาที่บุกตรงถึงมหาวิทยาลัย รวมถึงระบบและเงื่อนไขการปล่อยกู้ที่ไม่ยุ่งยากเท่าธนาคาร ทำให้นักศึกษาในกลุ่มวัตถุนิยมเหล่านี้อาศัยเป็นที่พึ่งพาด้านการเงิน โดยไม่ตระหนักถึงความโหดร้ายที่จะตามมา

เมื่อถึงจุดที่ต้องชำระหนี้ บางคนที่ยังไม่มีจ่ายก็เลือกจะไปกู้เงินเพิ่มมาเพื่อจ่ายดอก เลื่อนเส้นตายของตัวเองไปเรื่อย ๆ โดยที่หนี้เก่าก็ยังไม่เคลียร์ หนี้ใหม่ก็ตามมา จนท้ายที่สุดก็เป็นวงจรหายนะ และต้องออกจากมหาวิทยาลัยในที่สุด

รายงานยังเผยว่า บริษัทเงินกู้ออนไลน์เหล่านี้มักมีการตั้งอัตราดอกเบี้ยที่สูง ใช้วิธีการทวงหนี้ด้วยความรุนแรง มีนักศึกษาชายบางรายที่ยอมเปิดปากเล่าเรื่องการถูกคนทวงหนี้ทำร้ายร่างกาย ขณะที่นักศึกษาหญิงอาจเจอวิธีการรุนแรงในรูปแบบที่ต่างออกไป โดยทราบว่ามีบริษัทเงินกู้ออนไลน์หลายเจ้า บังคับให้นักศึกษาหญิงเหล่านี้ส่งภาพเปลือยของพวกเธอมาเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน และขู่ว่าจะนำภาพของพวกเธอไปปล่อยลงอินเทอร์เน็ต หากไม่ยอมจ่ายหนี้ที่ค้างอยู่

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญระดับชาติที่รัฐบาลต้องหาทางแก้ไข รวมถึงให้ความช่วยเหลือเหล่านักศึกษาที่พลาดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการกู้เงินออนไลน์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีคนอีกไม่ใช่น้อยที่ยังตัดสินใจผิดพลาด แม้จะมีตัวอย่างจุดจบที่เลวร้ายออกมาให้เห็นแล้วก็ตาม

 

ที่มา : kapook

รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

ย้อนคำทำนายหมอดูอีที เกี่ยวกับดวงประเทศไทย แม่นราวกับตาเห็น

ย้อนคำทำนายหมอดูอีที หมอดูชาวเมียนมาที่เพิ่งเสียชีวิต ชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก เผยดวงเมืองประเทศไทยในอดีต ทำนายแม่นราวกับตาเห็นวันที่ 10 กันยายน 2560 นางส่วย ส่วย วิน หรือ เอธิ ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อหมอดูอีที หมอดูชื่อดังชาวเมียนมา ผู้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในเรื่องความสามารถด้านการทำนายทายทักที่แม่นยำโดยเฉพาะในเรื่องการเมือง ได้เสียชีวิตแล้วในวัย 58 ปี ล่าสุดได้มีรายงานเผยถึงคำทำนายที่ผ่านมาของหมอดูอีที ที่รู้อนาคตราวกับตาเห็นจนกลายเป็นที่รู้จัก ซึ่งนักการเมือง หรือแม้แต่ดารา-เซเลบ ชาวไทย ต่างเดินทางไปที่เมียนมา เพื่อให้หมอดูอีทีทำนาย ซึ่งมี 3 คำทำนายที่เป็นที่ฮือฮาเกี่ยวกับประเทศไทยดังนี้

– ก่อนเกิดเหตุการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
          มีการลือกันว่ามีนักการเมืองระดับบิ๊กบินไปดูดวงกับหมอดูอีที ขอคำแนะนำเรื่องการแก้เคล็ด-เสริมดวงชะตา ซึ่งหมอดูอีทีระบุว่าดวงชะตาขาด ต้องทำพิธีต่อดวงชะตา โดยสวดมนต์เดินวนรอบเจดีย์ชเวดากอง ซ้าย 3 รอบ ขวา 3 รอบ แล้ว ต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ชุดใหญ่ในถิ่นทุรกันดาร ประมาณว่าค่ำไหนนอนนั่น
 
– ปี 2555
          หมอดูอีที เคยทำนายดวงเมืองประเทศไทยเกี่ยวกับภัยพิบัติ ระบุว่า ประเทศไทยจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่วงราว ๆ ปี 2556 แต่ไม่สามารถระบุเจาะจงได้ว่าเกิดขึ้นที่ไหนหรือเวลาใด แต่ประเทศไทยจะเผชิญกับภัยพิบัตินี้อย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงเย็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ประเทศไทยก็เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 6.3 ในพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ภาคเหนือ
– ปี 2556 
หมอดูอีที เคยทำนายดวงประเทศไทย อ้างว่ารัฐบาลในสมัยนั้นมาถึงจุดต่ำสุด จะมีการต่อสู้กันของคนในประเทศจนเกิดการสูญเสีย โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคม 2556 เป็นเดือนเริ่มต้นการต่อสู้ และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในปี 2559

นอกจากเรื่องราวสถานกาณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทยแล้วหมอดูอีที ในวัย 2 ขวบ ก็เคยดูดวงชะตาในอดีตของตนเองก่อนที่จะมีอาการพิการมือเท้าหงิกและพูดไม่ได้ โดยบอกว่า “อดีตชาติเคยหักมือแม่ พอแม่ตายไปแล้ว โตขึ้นมาเขาก็ไปเป็นมัคทายกของวัด แล้วถูกโจรที่มาปล้นวัดเอาน้ำร้อนมาลวกตนทั้งตัว พอเกิดมาชาตินี้ก็เลยเกิดมาร่างกายไม่สมบูรณ์”

ซึ่งจากชื่อเสียงในความแม่นยำของหมอดูอีทีนั้น เมื่อ 5 ปีก่อนได้มีการเปิดเผยรายได้ของค่าดูแต่ละครั้ง อยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นบาท ในเวลา 15 นาที รวมแล้วแต่ละเดือนหมอดูอีทีมีรายได้กว่า 350 ล้านบาท ซึ่งรายได้บางส่วนได้นำไปก่อสร้างโรงพยาบาลเพื่อคนยากไร้ในนครย่างกุ้ง อย่างไรก็ตาม เรื่องการทำนายทายทักก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งหลังจากที่หมอดูอีที ออกมาทำนายในทุก ๆ ครั้ง แต่ก็ยังมีอีกหลากหลายคนที่ไม่เห็นด้วย และออกมาทักท้วงเช่นกัน


 รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook
ที่มา : kapook

หนุ่มทำป่วนทั้งสนามบิน โทรขู่วางระเบิดหลอก ๆ แก้แค้นหลังไปสายจนตกเครื่อง

         แบบนี้ก็ได้เหรอ หนุ่มจีนโทรขู่วางระเบิดหลอก ๆ หลังไปสายจนกลัวว่าจะไม่ทันขึ้นเครื่อง เดือดร้อนเจ้าหน้าที่ เร่งอพยพผู้โดยสารวุ่น วันที่ 19 สิงหาคม 2560 เว็บไซต์ข่าวซีน่าของประเทศจีน มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา เครื่องบินของสายการบินลัคกี้แอร์ เที่ยวบิน 8L9995 ซึ่งมีเส้นทางมุ่งหน้าจากเมืองคุนหมิง ไปยังหยินชวน มีอันต้องลงจอดฉุกเฉิน หลังจากขู่วางระเบิด บนเครื่องบิน ก่อนจะรีบทำการอพยพเคลื่อนย้ายผู้โดยสารลงจากเครื่องไปยังที่ปลอดภัย

         ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สนามบินเร่งนำกำลังเข้าตรวจสอบเครื่องลำดังกล่าวเป็นการด่วน ต่อมาภายหลังจึงทราบว่า คำขู่วางระเบิดดังกล่าวเป็นเรื่องไม่จริง

         โดยรายงานเปิดเผยว่า ต้นเหตุมาจากผู้โดยสารชายรายหนึ่ง โดยเขาได้เดินทางมาเช็กอินที่สนามบินล่าช้า ทำให้ไม่ทันเวลาขึ้นเครื่อง จึงโทรศัพท์ไปยังสถานีตำรวจแล้วแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้วางระเบิดไว้บนเที่ยวบินดังกล่าว เพื่อที่ว่าเครื่องบินจะได้หยุดรอและทำการตรวจสอบ และเขาจะได้ขึ้นเครื่องได้ด้วย

         อย่างไรก็ดีนอกจากวิธีการของชายรายดังกล่าวจะไม่ได้ผล ยังเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องวุ่นวายทั้งสนามบิน โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบและดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : kapook

ใหญ่จริง! ประมูลปลาตัวใหญ่กว่าเด็กในเทศกาลจับปลาฤดูหนาวที่จีน

new4-24-01-60

สำนักข่าวซินหัว ของจีนรายงานว่า วันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา มีการจัดการประมูลราชาปลา ตัวใหญ่ยักษ์ขึ้นในเทศเทศกาลจับปลาฤดูหนาวครั้งที่ 6 ในอำเภอไห่อัน เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ซึ่งราชาปลาตัวนั้นมีขนาดใหญ่จนเด็กยังหันมองตะลึง

โดยในงานยังมีกิจกรรมสนุกสนานอีกหลายอย่าง ทั้งการเชิดมังกร การจับปลาด้วยนกกาน้ำ การประมูลราชาปลา รวมถึงเกมชักเย่อบนน้ำ และอื่นๆ อีก ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้าชมกว่า 1,000 คน

 

 

ขอขอบคุณ ข้อมูล : society.qq.com

ที่มา : sanook

สุดระทึก! นักท่องเที่ยวเผชิญเสือกระโดดเกาะรถหาความอบอุ่นในสวนสัตว์เมืองจีน

new31-17-01-60

สำนักข่าวประเทศรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่สวนสัตว์ The Lehe Ledu ที่สามารถขับรถเข้าไปได้ในนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน นักท่องเที่ยว 2 คน เผชิญกับเหตุการณ์สุดระทึก สัมผัสกับเสือโคร่งตัวใหญ่อย่างใกล้ชิด เมื่อมันพุ่งเข้ามาเกาะรถ

ตามรายงานระบุว่า วันนั้นอากาศหนาว เสือโคร่งเบงกอลตัวใหญ่ในสวนดังกล่าว โดยมันอาจจะรู้สึกว่ารถที่วิ่งผ่านมามีความอบอุ่นมากกว่าข้างนอก จึงกระโดดปีนขึ้นไปเกาะแนบตัวกับกระจกด้านหน้ารถเบนซ์ของนักท่องเที่ยวคู่ดังกล่าวด้วยลักษณะท่าทางเป็นสงบเยือกเย็น ซึ่งทำให้คนขับตกใจมาก ส่วนคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกเหตุการณ์สุดระทึกนี้ไว้ทันที

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รถของเจ้าหน้าที่และรถกำกับดูแลสวนสัตว์ก็วิ่งมาถึงและได้ทำการไล่ให้เสือตัวนั้นออกไป เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ที่มา sanook

เอ็นดู! หนูน้อยชาวจีนเอาปลามาโรงเรียน แต่ไม่เหมือนเพื่อน

untitled-4_copy_1483838316

(8 ม.ค.) กลายเป็นภาพที่ส่งต่อกันไปทั่วโลกเลยทีเดียว สำหรับภาพแผ่นหลังของเด็กชายชาวจีนคนหนึ่ง ซึ่งด้านหน้าของเขามีปลาอยู่ในกะละมัง แตกต่างจากเพื่อนๆ ที่นั่งกันอยู่รอบโต๊ะ ซึ่งมีแต่ปลาตัวเล็กๆ อยู่ด้านหน้า

โดยภาพดังกล่าวได้รับการเปิดเผยว่า สาเหตุมาจากครูโรงเรียนอนุบาลบอกกับเด็กๆ ว่าให้เอาปลาตัวเล็กๆ มาโรงเรียนคนละหนึ่งตัวเพื่อสอนให้เด็กๆ รู้จักการสังเกต แต่หนูน้อยในภาพกลับเอาปลาคาร์พที่คุณยายช่วยเตรียมให้มาโรงเรียน โดยเด็กชายในภาพบอกว่า “ทำยังไงดี ผมไม่สบายใจ ทำไมปลาของผมไม่เหมือนกับของเพื่อนๆ”

ทั้งนี้ ชาวเน็ตก็ไม่พาดนำภาพดังกล่าวมาตัดต่อสร้างความเฮฮา ขณะที่บางส่วนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่เอ็นดูเด็กชายคนดังกล่าว

ซึ่งคล้ายกับกรณีของ หนูน้อยชาวไต้หวัน “เหมิงเหมิง” วัย 2 ขวบครึ่ง ที่ให้คุณแม่แต่งตัวให้เป็นผีไร้หน้าไปร่วมงานวันฮาโลวีนของโรงเรียน แต่ปรากฏว่าเพื่อนที่โรงเรียนจำหน้าไม่ได้ และร้องไห้จ้าออกมาด้วยความกลัว

untitled-3_copy_1483838316untitled-5_copy_1483838317untitled-6_copy_1483838318

ที่มา sanook

เรื่องเล่าจาก “สาวผมทอง” ผู้ถูกลวงมาค้ากามที่ญี่ปุ่น

new111-29-12-59

สาวชาวโคลัมเบียเขียนหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ขมขื่น ที่ถูกล่อลวงมาขายบริการทางเพศที่ญี่ปุ่น แฉมุมมืดของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติและกลุ่มยากูซ่าในแดนอาทิตย์อุทัย

มาร์เซลา โลไอซา เดินไปตามถนนในย่านอิเคะบุคุโระ ย่านเริงรมย์ในกรุงโตเกียว พร้อมเอ่ยถ้อยคำภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “สองหมื่นเยน” ซึ่งบรรดาชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นรู้ดีว่านี่คือราคาค่าตัวของเธอ

สาวชาวโคลัมเบียที่ขณะนั้นอายุ 21 ปีถูกสามีทอดทิ้งให้อยู่กับลูกสาววัยสองขวบ และทำงานในซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง, ลูกสาว และแม่ เธอได้รับการบอกเล่าจากนายหน้ารายหนึ่งว่า สามารถไปทำงานเต้นรำที่ประเทศญี่ปุ่นและจะได้เงินก้อนโต

new112-29-12-59

เธอตัดสินใจเดินทางข้ามทวีปนานกว่า 10 ชั่วโมงมายังแดนอาทิตย์อุทัยในเดือนพฤษภาคม ปี 1999 นายหน้าได้จัดหาพาสปอร์ตปลอมและตั๋วเครื่องบินให้ โดยมีสาวชาวโคลัมเบียคนหนึ่งมารอรับเธอที่สนามบิน และพาไปยังสถานที่ทำงาน

ทันทีที่ถึง เจ้าของสถานที่ได้ยึดพาสปอร์ตของเธอ พร้อมบอกว่าเธอเป็นหนี้จำนวน 5ล้านเยน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาญี่ปุ่นและเงินที่จ่ายให้กับกลุ่มยากูซ่าเพื่อจัดหาใบอนุญาตทำงาน เจ้าของซ่องยังขู่ว่าจะขายเธอต่อให้กับกลุ่มยากูซ่าถ้าเธอไม่ยินยอมขายตัว

ขบวนการค้ามนุษย์ที่มีเครือข่ายนานาชาติล่อลวงหญิงสาวในประเทศยากจนในอเมริกาใต้และแอฟริกามาค้าบริการที่ญี่ปุ่น เพื่อเสนอ “ตัวเลือก” ที่แปลกใหม่ให้กับบรรดาลูกค้า

เจ้าของซ่องสอนภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ให้กับเธอเกี่ยวกับการเชื้อชวนลูกค้าและราคาค่าตัว และให้เธอเดินเร่หาลูกค้าที่ย่ายอิเคะบุคุโระ เธอยังเคยถูกกลุ่มยากูซ่าทำร้ายจนบาดเจ็บหนัก ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนานครึ่งเดือน

นอกจากที่กรุงโตเกียวแล้ว โลไอซายังถูกบังคับให้ไปขายตัวที่ร้านนวดเมืองโยโกฮามะ และเป็นนักระบำเปลื้องผ้าที่จังหวัดชิบะ

หลังจากขายตัวใช้หนี้นานสองปี กลุ่มนายหน้ากลับบอกว่ายอดหนี้ของเธอเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ย ทำให้เธอตัดสินใจหาทางหนีจนได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตโคลัมเบีย

new113-29-12-59

หลังหวนคืนสู่บ้านเกิด เธอไม่อาจเล่าเรื่องประสบการณ์นรกที่ญี่ปุ่นให้ใครฟังได้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะบอบซ้ำทางใจอย่างหนัก จนกระทั่งเธอได้เข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์ ที่แนะนำให้เธอเขียนระบายเรื่องราวอันขมขื่นออกมา เรื่องราวของเธอได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือ 3 เล่ม

หนังสือเล่มล่าสุดเรื่อง “ผู้รอดชีวิต เหยื่อค้ามนุษย์ผู้รอดชีวิตจากถนนที่อิเคะบุคุโระ” Survivor: Victim of human trafficking who has returned alive from streets in Ikebukuro ได้รับการตีพิมพ์ในปีนี้ พร้อมฉบับแปลภาษาญี่ปุ่น

เธอเล่าว่า เธอคิดว่าต้องเอาชีวิตรอดในญี่ปุ่นด้วยการคิดถึงลูกสาว และทุกวันนี้เธอยังรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นผู้ชายชาวญี่ปุ่น

new114-29-12-59

มาร์เซลา โลไอซา เป็นวิทยากรเรื่องการค้ามนุษย์ให้กับนักเรียน

ทุกวันนี้ มาร์เซลา โลไอซา ในวัย 38ปี มีชีวิตใหม่ในสหรัฐอเมริกาพร้อมสามีและลูกสาว เธอก่อตั้งมูลนิธิในโคลัมเบีย โดยร่วมมือกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมของสหประชาชาติ เพื่อให้ความรู้กับเด็กสาวในบ้านเกิดเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ และป้องกันไม่ให้เด็กสาวถูกล่อลวงเหมือนกับเธอ

มาร์เซลา โลไอซา บอกว่า สักวันหนึ่งที่เธอหวังจะกลับไปยังถนนในย่านอิเคะบุคุโระและชินจุกุพร้อมกับสามี เมื่อเธอลืมบาดแผลในอดีตได้ และสัมผัสญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่สวยงามได้เหมือนนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง.

 

 

 

 

 

ที่มา : manager

ไฟลามเมืองญี่ปุ่นเช้าถึงเย็น ต้องส่งกำลังทหารนับร้อยช่วยควบคุมเพลิง

JAPAN-FIRE

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองอิโตอิงะวะ จังหวัดนิอิงาตะ เมืองชายฝั่งทางเหนือของญี่ปุ่น ไฟลุกลามเผาผลาญอาคารกว่าร้อยหลัง จนทางการญี่ปุ่นต้องส่งทหารเข้าไปช่วยควบคุมเพลิง

คลิป–RT

เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 10.28 น. ที่ร้านอาหารจีน จากนั้นหน่วยดับเพลิงส่งรถดับเพลิงไปยังบริเวณที่เกิดเหตุอย่างน้อย 17 คัน แต่ยังควบคุมเพลิงยากมากเนื่องจากกระแสลมแรง ท้องฟ้ามืดมิดควันตลบเมือง ทั้งที่เป็นช่วงเวลากลางวัน

กระทั่งนายริวอิจิ โยเนะยามะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนิอิงาตะขอกำลังทหารเข้าไปช่วย จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ทหาร 155 นาย พร้อมพาหนะ 25 คันเดินทางไปถึงเมืองอิโตอิงะวะ ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้

JAPAN-FIRE

ในช่วงบ่ายไฟยังคงลุกลามจนไหม้บ้านเรือนกว่า 140 หลัง เป็นทั้งที่พักอาศัยและร้านค้า เจ้าหน้าที่เร่งอพยพชาวบ้าน 65 คนย้ายไปอยู่อาคารหอประชุมใกล้ศาลาว่าการเมือง พร้อมแนะนำให้อีก 586 คนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย

กระทั่งช่วงเย็นในเวลา 18.00 น. นักผจญเพลิงและทหารเริ่มควบคุมบริเวณเพลิงได้ แต่กระแสลม 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงยังคงทำให้วิตก

JAPAN-FIRE

อย่างไรก็ตาม แม้ไฟจะลุกลามดูน่ากลัว แต่ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิต พบผู้บาดเจ็บเป็นสตรี 2 คน คนหนึ่งสำลักควัน อีกคนถูกเจ้าหน้าที่ตกจากที่สูงลงไปโดนศีรษะ

ที่มา : ข่าวสด

แปลกแต่ฮิต พิพิธภัณฑ์รวมจู๋ของสัตว์นานาชนิด เกือบ 300 สายพันธุ์

ICELAND-MUSEUM-PENIS-ANIMAL

เอเอฟพีรายงานการเปิดตัวของพิพิธภัณฑ์อวัยวะเพศผู้ไอซ์แลนด์ Icelandic Phallological Museum ที่กรุงเรกยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ ในฐานะเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงองคชาตสิ่งมีชีวิตกว่า 286 สายพันธุ์ทางชีววิทยาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

คลิป–icelandictimes

ผู้เข้าชมส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และเป็นผู้หญิงมากถึงร้อยละ 60

ICELAND-MUSEUM-PENIS-ANIMAL

“ผมมาเพื่อจะเห็นว่ามีจริงๆ น่ะเหรอพิพิธภัณฑ์องคชาตในเรกยาวิก” เจอร์รี แอนเดอร์สัน นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันกล่าวด้วยรอยยิ้ม ขณะชมอวัยวะเพศผู้ของวาฬสเปิร์มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ขนาด 1.70 เมตร หนัก 75 กิโลกรัม แช่ฟอร์มาดีไฮด์ อยู่ในแท่งแก้ว

ภายในพิพิธภัณฑ์มีทั้งลึงค์ และส่วนประกอบของลึงค์ หลายรูปแบบ หลายขนาด ของนานาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตั้งแต่วาฬ หมี แมวน้ำ แมว ไปจนถึงหนู นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะที่เป็นรูปองคชาต ไม่ว่า ที่เขี่ยบุหรี่ เสาสลัก และโทรศัพท์

“แหมใครจะไม่อยากมาดูคะ เราคิดว่ามันต้องฮาแน่ๆ” คิม นักท่องเที่ยวหญิง วัย 62 จากแคนาดากล่าว พร้อมกับหัวเราะกับเพื่อนระหว่างดูอวัยวะเพศของตัวเอลฟ์

ICELAND-MUSEUM-PENIS-ANIMAL

ฮอร์ทูร์ ซีกุร์ดสัน ผู้จัดการของพิพิธภัณฑ์ กล่าวว่า เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ ได้ทั้งความรู้และความขำขัน คือมันจะเริ่มจากอาการขำก่อน

ที่มาของพิพิธภัณฑ์นี้ คือพ่อของตน ชื่อทซิกูร์ดูร์ ฮาร์ทาร์สัน เป็นนักประวัติศาสตร์ที่ทำงานเป็นครูมา 37 ปี เปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วยอวัยวะเพียง 62 ชิ้น ในปี 2540

“พ่อผมแค่สะสมเล่นๆ ทำในสิ่งที่ไม่มีใครมาบอก ท่านพูดเสมอว่า มันจะต้องมีใครซักคนสะสมสิ่งนี้นะ” ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์กล่าว

“เรื่องนี้มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องต้องห้าม โดยเฉพาะกับอวัยวะมนุษย์ แต่ถ้าคุณพูดว่า จู๋ล่ะก็ มันจะดึงดูดผู้คน และแน่นอน เราเป็นพิพิธภัณฑ์หนึ่งเดียวในโลกที่นำอวัยวะทางชีววิทยามาจัดแสดงแบบนี้”

ICELAND-MUSEUM-PENIS-ANIMAL

ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์กล่าวด้วยว่า เด็กนักเรียนเป็นกลุ่มที่เขาชื่นชอบ เพราะเด็กอยากมาเรียนรู้เรื่ององคชาต และก็ยังสนุกด้วย มีการเปรียบเทียบสี ขนาด รูปร่าง อย่างของหนูกับของวาฬ เป็นต้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง ในปี 2554 มีผู้มาเยือน 12,000 คน ซึ่งนับว่าสูงมากทีเดียว

ที่มา ข่าวสด