คู่จิ้นใหม่! ช็อต ‘ปีโป้’ จูบเหม่ง ‘ชัปปุยส์’ โซเชี่ยลฟินแรง-โพสต์แซวกันรัวๆ

2-176-696x392

ควันหลงศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ เกมที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หลังทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติอินโดนีเซียไป 2-0 โดย ‘ปีโป้-สิโรจน์ ฉัตรทอง’ เป็นฮีโร่คนสำคัญที่เหมาทั้ง 2 ประตูให้ไทยได้ชนะอย่างสวยงาม

นอกจากชัยชนะของทัพช้างศึกแล้ว โลกโซเชี่ยลยังกรี๊ดกร๊าดถึงโมเม้นต์จังหวะที่ ‘ปีโป้-สิโรจน์’ ดีใจ หลังยิงประตูได้ โดยกอดคอ ‘ชาริล ชัปปุยส์’ กองกลางตัวเก่งแล้วจุ๊บเข้าที่หัว แถมยังทอดสายตาให้กัน งานนี้บรรดาแฟนคลับของทั้งปีโป้และชัปปุยส์ ต่างเข้ามาเขียนโพสต์แซวกันขำๆ ว่าสงสัยได้คู่จิ้นคู่ใหม่

untitled-1-58-696x392

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ‘ปีโป้’ จูบเหม่ง ‘ชัปปุยส์’

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ‘ปีโป้’ จูบเหม่ง ‘ชัปปุยส์’

ที่มา ข่าวสด

“ช้างศึก” สู้สุดใจ! โดน “จิงโจ้” ไล่ตีเจ๊าเก็บแต้มแรก

2-16-11-59

ช้างศึก” เก็บแต้มแรกบอลโลก หลังจากสู้สุดประทับใจ เสมอ “ออสเตรเลีย” 2-2 โดยโดนนำก่อน แล้วเป็น “ธีรศิลป์ แดงดา” ซัด 2 ก่อนเสียจุดโทษน่ากังขา เดินหน้าต่อเนื่อง ลุย “ซูซูกิคัพ” ป้องกันแชมป์อาเซียน

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 กลุ่ม B นัดที่ 5 “ช้างศึก” ทีมชาติไทย พบ “จิงโจ้” ออสเตรเลีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อ 15 พ.ย. โดยทีมไทย เตะ 4 นัด แพ้รวด ไม่มีแต้ม ส่วน ออสเตรเลีย มี 8 แต้ม บรรยากาศก่อนเกม ได้มีกิจกรรมแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แฟนบอลรวมตัวกันจุดเทียนบริเวณหน้าสนาม ส่วนภายในสนาม ทีมชาติไทย ลงมาแปรอักษรเป็นเลข ๙ ก่อนอบอุ่นร่างกาย จากนั้นมีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ขณะที่ทั้ง 2 ทีม สวมปลอกแขนดำลงสนาม รวมทั้งก่อนเริ่มเกมได้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยด้วย โดยในส่วนของแฟนบอล เข้ามาแน่นสนามเช่นเดิม กว่า 3.6 หมื่นคน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ “ช้างศึก” สู้สุดใจ! โดน “จิงโจ้” ไล่ตีเจ๊าเก็บแต้มแรก

สำหรับผู้เล่นทีมชาติไทย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ช จัดระบบแตกต่างไปจากที่เคย ใช้ 3-5-2 กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นผู้รักษาประตู กองหลัง 3 คน อดิศร พรหมรักษ์, ประทุม ชูทอง, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองกลาง ริมเส้นซ้าย-ขวา ธีราทร บุญมาทัน (กัปตันทีม) กับ ทริสตองโด, มี  สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์ คุมเกม โดย “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นตัวรุก คู่หน้าใช้ สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงตัวจริงทีมชาติครั้งแรก กับ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ส่วนออสเตรเลีย ของ อังเจ ปอสเตโคกลู กุนซือใหญ่ จัดแนวรุกมี ร็อบบี ครูส กองหน้าจากเลเวอร์คูเซน, โทมัส โรจิช จากกลาสโกว์ เซลติก นำทัพโดย มิเล เจดินัก จากแอสตัน วิลลา เป็นกัปตันทีมยืนกองกลาง การเจอกันอย่างเป็นทางการ 5 ครั้งก่อนหน้านี้ ไทย แพ้รวด

เริ่มเกม ออสเตรเลีย พาบอลไปป้วนเปี้ยนหน้าประตูไทยบ่อยๆ และมาได้จุดโทษ จากจังหวะตัดเกมแล้วสวนเร็ว แมทธิว เลคกี ยิงไปโดนแขน ประทุม ชูทอง เสียแฮนด์บอลในเขตโทษ แถมด้วยใบเหลือง ก่อนที่ มิเล เจดินัก จะสังหารไม่พลาดพาทีมออสซี่นำ 1-0 ในนาทีที่ 9 แต่แม้เสียไปก่อน ขุนพลช้างศึกไม่ท้อถอย และมาตามตีเสมอนาทีที่ 20 ชนาธิป สรงกระสินธ์ แทงบอลตัดหลังแบ๊กสุดงาม ให้ ทริสตอง โด มีทั้งพื้นที่และเวลา เปิดแบบได้เสียไปหน้าปากประตู บอลกระเด้งขลุกขลิก

ก่อน ธีรศิลป์ แดงดา เก็บตกสังหารเข้าไป เกมมาเสมอ 1-1 จากนั้น แม้แข้งออสซี่ จะทำเกมดีกว่า แต่ไทยก็มีตอบโต้มันๆ หลายจังหวะ จบครึ่งแรกเสมอ 1-1

เปิดฉากครึ่งหลัง ไทย เปิดหน้าท้าบุก ไม่เกรงศักดิ์ศรีแชมป์เอเชียนคัพ 2015 พาบอลไปกดดัน ออสเตรเลีย เป็นส่วนใหญ่ เกมมาถึงนาทีที่ 55 ทีมไทยได้จุดโทษ ธีราทร บุญมาทัน โดน เลคกี หวดจากด้านหลัง แล้วเป็น “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ยิงไม่พลาด พาไทยนำ 2-1 เป็นการขึ้นนำครั้งแรกในการเล่นฟุตบอลโลกรอบนี้ของไทย พอโดนเข้า ทีมจิงโจ้ ดันเกมขึ้นมาบ้าง ถึงนาทีที่ 64 ก็ได้จุดโทษอีก จากจังหวะเปิดฟรีคิกยาวเข้าไปเหมือนบอลล้นไม่มีอะไร แต่ ฟาฮัด จาเบอร์ ผู้ตัดสินชาวกาตาร์ มองว่า สิโรจน์ ฉัตรทอง ไปดึงเสื้อ เจดินัก ท่ามกลางการประท้วงของทีมไทย แต่ไม่เป็นผล แล้วเป็น เจดินัก ลุกมาสังหารเอง กลับมาเท่ากัน 2-2

ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ไทย เปลี่ยนตัว ส่ง นัสตพล มาลาพันธ์ ประเดิมเกมทีมชาติ แทน อดิศร พรหมรักษ์ ที่เจ็บ ถึงนาทีที่ 85 ช้างศึก น่าขึ้นนำอย่างยิ่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ได้บอลหลุดไป แต่ยิงติดตัว แมตธิว ไรอัน โกลออสซี่ ถึงนาที 90 ไทย เติมความสดเกมรุก ส่ง รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก ลงแทน สิโรจน์ จากนั้นไทยลุยหนัก แต่ทำอะไรไม่ได้ หมดเวลา เสมอ 2-2 คว้าแต้มแรก โดย ไทย มี 1 แต้ม ยังอยู่อันดับสุดท้าย ส่วน ออสเตรเลีย มี 9 แต้ม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ “ช้างศึก” สู้สุดใจ! โดน “จิงโจ้” ไล่ตีเจ๊าเก็บแต้มแรก

ผลอีกคู่กลุ่มเดียวกัน ญี่ปุ่น ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 2-1 ทำให้ ญี่ปุ่น มี 10 แต้ม เท่า ซาอุฯ

นัดต่อไปของศึกฟุตบอลโลก วันที่ 23 มี.ค.2560 ทีมชาติไทย เล่นในถิ่นพบ ซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ ขุนพลช้างศึก เดินทางไปกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ช่วงบ่ายวันที่ 16 พ.ย. เตรียมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2016” รอบแรก กลุ่ม A โดยประเดิมสนามวันที่ 19 พ.ย. พบ อินโดนีเซีย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ “ช้างศึก” สู้สุดใจ! โดน “จิงโจ้” ไล่ตีเจ๊าเก็บแต้มแรก

 

 

 

ที่มา dailynews

แอชลีย์ วิลเลียมส์ เสาหลักเทพนิยายมังกรแดง : คอลัมน์ เซเลบออฟเดอะแมตช์

spo04060759p1

แอชลีย์ วิลเลียมส์ ปราการหลังวัย 31 ปีจาก สวอนซี ซิตี้ นับเป็นแกนหลักในยุคทองของทัพ “มังกรแดง” เวลส์ ชุดประวัติศาสตร์เข้าร่วมการแข่งขันศึกฟุตบอล “ยูโร 2016” เป็นครั้งแรก และสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศไปพบแข้ง“ฝอยทอง” โปรตุเกส

จากเกมรอบ 8 ทีมที่เวส์เสียท่าตกเป็นรอง “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม 0-1 แต่จอมแกร่งกัปตันทีมเวลส์รายนี้เติมเกมรุกขึ้นมาโขกพังประตูสำคัญช่วยให้ทัพมังกรแดงไล่ตีเสมอ 1-1 ก่อนรวมพลังใจกันสู้ด้วยทีมเวิร์กอันยอดเยี่ยมบดคว้าชัย 3-1 พร้อมทะลุเข้ารอบตัดเชือกสำเร็จ

นับว่าประตูของวิลเลียมส์คือการจุดประกายความหวังของเทพนิยายมังกรแดงให้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง

แม้วิลเลียมส์จะเกิดที่อังกฤษ แต่เขาเลือกเล่นให้กับทีมชาติเวลส์จากการที่เขามีคุณปู่เป็นชาวเวลส์ โดยติดทีมชาติครั้งแรกในยุคกุนซือ จอห์น โตแซ็ค เมื่อปี 2008 ในเกมอุ่นเครื่องชนะ ลักเซมเบิร์ก 2-0

ปีถัดมาเขาต้องเจอฝันร้ายด้วยการพลาดท่าสกัดเข้าประตูตัวเองในเกมรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2010 นัดพ่าย เยอรมนี 0-2 แต่จากนั้นในปี 2010 วิลเลียมส์แก้ตัวด้วยการโขกพังประตูแรกในนามทีมชาติจากเกมถล่มลักเซมเบิร์ก 5-1 ก่อนลงเล่นให้ทีมไปแล้วถึง 64 นัด

กุนซือ คริส โคลแมน มอบหมายให้วิลเลียมส์สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติเวลส์แทนที่ อารอน แรมซีย์ เมื่อปี 2012 เพราะเล็งเห็นว่าวิลเลียมมีประสบการณ์มากกว่า โดยในช่วงนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่พอสมควร

แต่จากนั้นวิลเลียมส์ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาเหมาะสมกับการเป็นกัปตันทีมชาติเวลส์ด้วยการบัญชาเกมรับอันเหนียวแน่น และโหม่งประตูสำคัญให้กับทีมในศึกยูโร 2016

หากเทพนิยายมังกรแดงเกิดขึ้นจริงตัวละครหนึ่งถือเป็นเสาหลักและจะถูกกล่าวถึงอย่างมากคงหนีไม่พ้น “แอชลีย์ วิลเลียมส์”

ย้อนสกู๊ป : “สเปน” อาจลำบาก.. เพราะ “ใครๆก็รู้จัก”

สกู๊ปพอเศษฉ็อตเด็ดกีฬา

ย้อนสกู๊ป : “สเปน” อาจลำบาก.. เพราะ “ใครๆก็รู้จัก”

การที่ลีกในประเทศเข้มแข็ง การแข่งขันภายในสูง สโมสรต่างๆล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ทั้งในประเทศและแข้งนอก นั่นอาจจะเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับเข้ามาหาตัวเองได้เช่นกัน

เอาแค่สามทีมใหญ่ในลาลีกา ณ ตอนนี้ ทั้งบาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และ แอตเลติโก มาดริด ต่างมีนักเตะสเปนแท้ๆไม่ถึงครึ่งทีมทั้งนั้น

แล้วนักเตะต่างชาติพวกนี้ เวลาเจอกับสเปน ในสีเสื้อทีมชาติแล้ว มักจะรู้ไส้ไร้พุง “ลา โรฆา” เป็นอย่างดี

เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า มีนักเตะระดับคีย์แมนของโครเอเชียสามคน คือ ลูก้า โมดริช, มาเตโอ โควาซิช และ อิวาน ราคิติช

 

สามแข้งนี้อาจจะทำให้กระทิงเปลี่ยวเสียวสันหลังกันบ้าง ไม่มากก็น้อย

โมดริช และ ราคิติช เป็นตัวขับเคลื่อนเกมของโครแอต แล้วรู้วิธีการเผชิญหน้า พวก อินิเอสต้า, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และ โกเก้ เป็นอย่างดี เพราะเจอกันซีซั่นหนึ่ง ไม่น้อยกว่าสามเกม (ปีที่ผ่านมา เรอัล มาดริดเจอบาร์เซโลน่าสามหน, แอตเลติโกเจอเรอัล 3 หน และ แอตเลติโกเจอบาร์เซโลน่า 4 หน)

ขณะที่ตุรกี มีสามแข้งที่ปัจจุบันและอดีตพัวพันกับฟุตบอลลา ลีกา อาทิ อาร์ด้า ตูราน, นูริ ซาฮิน และเมห์เหม็ด โทปัล สองรายแรก อยู่กับทีมระดับหัวกะทิ ทั้ง แอตเลติโก มาดริด, เรอัล และ บาร์เซโลน่า

ส่วนสาธารณรัฐเช็กมีเพียงคนเดียว ที่รู้จักฟุตบอลลีกสูงสุดของสเปนเป็นอย่างดี นั่นก็คือ ยาโรสลาฟ พลาซิล ที่เคยค้าแข้งกับ โอซาซูน่า

 

ในทางตรงกันข้าม ไม่มีนักเตะสเปนที่ติดทีมชาติไหนจะไปค้าแข้งลีก โครเอเชีย, ลีกตุรกี หรือลีกเช็กให้เมื่อยตุ้ม จะมีก็แค่พวกที่เก๋าๆ และไม่มีโอกาสในทีมชาติแล้ว อาจจะมีหลุดไปเล่นให้กับทีมเศรษฐีในดินแดงเติร์ก อย่างเฟเนบาร์เช่, กาลาตาซาราย และ เบซิคตัส บ้างแต่พวกนี้ไม่มีบทอะไรในทัพ “ลา โรฆา”
แล้วความป็อปปูลาร์ของลีก ที่ลา ลีกา ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ไม่ยากเลย ที่พวกแมวมอง หรือบรรดาสตาฟฟ์ ฝ่ายเทคนิคต่างๆ ของโครเอเชีย, ตุรกี และ เช็ก จะเห็นฟอร์มทีมใหญ่ๆในสเปน โดยเฉพาะบาร์ซ่า

เมื่อทีมอื่นๆ รู้ว่าบาร์ซ่าเล่นอย่างไร ก็ไม่อยากที่จะรับมือ ตัวอย่างมีให้เห็นมาแล้วในฟุตบอลโลก

สเปนเจอ ฮอลแลนด์ กับ ชิลี ที่รู้วิธีการรับมือบอลคุมเกม ซึ่งทั้งคู่ก็ไมได้เปิดแลก เพียงแต่รอสวนกลับ รอสเปนครองเกมไปจนจินตนาการกันไม่ออกเอง แล้วก็ฉวยโอกาสทำประตูสเปนได้

แต่บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ไม่มีทางไปรู้หรอกว่า ตุรกี หรือ โครเอเชีย เอง จะเล่นวิธ๊ไหนกับพวกเขา ทีมพวกนี้เตรียมการรับมือได้ แต่สเปนไม่สามารถทำแบบนั้น เพียงแต่ต้องเล่นไปตามเกมของตัวเอง

นี่จึงเป็นข้อเสียของลีกในประเทศที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ทุกสโมสรแข่งกันหาแข้งที่ดีที่สุดใส่ทีม โดยไม่ต้องเน้นแข้งในประเทศให้ได้เกิดบ้าง

สุดท้ายแข้งนอกที่มาอาศัยใบบุญทีมใหญ่ๆ อยู่พัฒนาตัวเองจนเป็นแข้งเวิลด์คลาส แล้วหันกลับมาฆ่าชาติที่เขาทำผลงาน

คอยดูได้เลยว่าพวก โมดริช, ราคิติช หรือ ตูราน เอง เมื่อเจอกับสเปน พวกเขาจะทำผลงานได้ดี และสร้างปัญหาอย่างที่แฟนบอลที่เคยเชียร์ในตอนเล่นให้กับสโมสรคาดไม่ถึงได้

เฮสิครับ! “อแมนด้า” ส้มหล่นได้ตั๋วลุยโอลิมปิก

"อแมนด้า"ได้ตั๋วลุยโอลิมปิก

เฮสิครับ! “อแมนด้า” ส้มหล่นได้ตั๋วลุยโอลิมปิก

อแมนด้า คาร์ นักปั่นบีเอ็มเอ๊กซ์ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ส้มหล่นคว้าตั๋วไปลุยศึกโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิลเเล้ว

ก่อนหน้านี้ อะแมนด้า หมดโอกาสเเล้วจากอันดับบุคคลที่ไม่ถึงตามเกณฑ์ แต่หลังจากที่บราซิลต้องสละที่นั่งในฐานะเจ้าภาพ เพราะมีนักกีฬาผ่านควอลิฟายมาแล้วหนึ่งคน ส่งผลให้มีที่นั่งเหลือ 1 ที่นั่ง ทำให้สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) เตรียมมอบสิทธิ์ไวลด์การ์ดกับประเทศที่มีอันดับโลกรองลงมา คือนิวซีแลนด์ อันดับ 12 ของโลก และไทย อันดับ 13 ของโลก ทำให้ อแมนด้า คาร์ ได้สิทธ์นั้นไปครอง

ทีมชาติไทยมีนักปั่น 2 คนที่ได้ตั๋วโอลิมปิกแล้วคือ “บีช” จุฑาธิป มณีพันธุ์ เจ้าของเหรียญทอง “อินชอนเกมส์” และ อแมนด้า คาร์

นอกจากนี้ อแมนด้าได้เผยผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผ่านการคัดเลือกไปเล่นโอลิมปิกเกมส์ที่ริโอแล้ว อยากให้ทุกคนร่วมฉลองที่ทุกคนเป็นส่วนสำคัญในครั้งนี้ อแมนด้ามาถึงจุดนี้ได้เพราะได้รับกำลังใจจากทุกคน